การถอนฟัน

การถอนฟันอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นจากอาการฟันผุที่ลุกลามเข้าไปถึงโพรงประสาทฟัน เกิดเป็นตุ่มหนองที่ปลายรากฟัน ฟันซ้อนที่มีผลต่อการจัดฟัน ฟันที่ไม่สามารถขึ้นได้ตามปกติและมีผลกระทบต่อฟันซี่อื่น(ฟันคุด) ฟันแตกเป็นแนวดิ่งที่ไม่สามารถเก็บไว้ได้ ทันตแพทย์จะแนะนำให้คนไข้ทำการถอนฟันซี่นั้นๆ ออก เพื่อเป็นการรักษาฟันซี่อื่นให้คงอยู่ในช่องปากได้ ไม่ให้เกิดปัญหาตามมา

 

โดยปกติการถอนฟันเป็นการรักษาที่ปลอดภัย ไม่ซับซ้อน แต่ในกรณีที่ถอนฟันผุ อาจมีความเสี่ยงต่อการแทรกซ้อนที่เชื้อแบคทีเรียจะแพร่กระจายเข้าสู่เนื้อเยื่ออื่นๆ ทันตแพทย์อาจมีการให้ยาปฏิชีวนะก่อนและหลังการรักษา  สำหรับคนไข้บางรายที่มีโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ  หากคนไข้จะต้องถอนฟัน และมีโรคหรืออาการตามที่ระบุข้างล่างนี้ ให้แจ้งทันตแพทย์ก่อนทำการรักษา

  • ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง

  • โรคตับ

  • มีปัญหาเกี่ยวกับลิ้นหัวใจ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ใช้ลิ้นหัวใจเทียม

  • มีประวัติผ่าตัดใส่ข้อเทียม เช่น ข้อเข่าเทียม ข้อต่อสะโพกเทียม เป็นต้น

  • 24 ชั่วโมงแรก หลังการถอนฟัน ควรหลีกเลี่ยงการบ้วนปาก เพราะจะทำให้เลือดหยุดไหลยาก

  • สามารถแปรงฟันได้ตามปกติ แต่หลีกเลี่ยงการแปรงโดนบริเวณแผล หลังถอนฟัน 1 วัน

  • งดการออกกำลังกาย หรือการใช้แรงทุกรูปแบบ

  • งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดรับประทานอาหารรสจัด

  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวด บวมมาก ให้นัดพบทันตแพทย์ เพื่อดูอาการ

การดูแลรักษาหลังเข้ารับการถอนฟัน

  • กัดผ้าก๊อซบริเวณแผล 1 ชั่วโมง หรือจนกว่าเลือดจะหยุดไหล ห้ามบ้วนน้ำลาย หรือนอนหลับในขณะยังกัดผ้า  ก๊อซอยู่

  • ควรประคบเย็น โดยห่อน้ำแข็งประคบนอกปาก บริเวณที่ถอนฟัน ห้ามอมน้ำแข็ง

ภาวะแทรกซ้อนจากการถอนฟัน

​ผลข้างเคียงที่พบได้มากสุด คือ การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อในช่องปาก เหงือก กระพุ้งแก้ม และอาจเกิดผลข้างเคียงในรายที่มีความละเอียดอ่อนมากๆ เช่น การถอนฟันกรามซี่ที่อยู่ใกล้โพรงจมูก ที่อาจทำให้เกิดไซนัสอักเสบ หรือการถอนฟันกรามซี่ที่ใกล้เส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้า อาจเกิดการกดทับโดนเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการหน้าเบี้ยวได้ อย่างไรก็ตาม ภาวะดังกล่าวมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก การถอนฟัน จึงถือเป็นการรักษาที่มีความปลอดภัย