
ฟอกสีฟันระบบแสงเย็น
ในปัจจุบันเทคโนโลยีการฟอกสีฟัน เป็นทางลัดสำหรับคนไข้ที่อยากให้ฟันกลับมาขาวสดใส โดยมีหลักการพื้นฐาน คือ การใช้น้ำยาฟอกสีฟันที่มีส่วนผสมของHydrogen Peroxide ให้ทำปฏิกิริยากับแคลเซียมในเคลือบฟัน ทำให้ฟันดูขาวขึ้นกว่าเดิม
โดยทางคลินิกได้คัดสรรวิธีการที่ได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ ใช้เวลาในการรักษาไม่นาน ในราคาที่จับต้องได้ ซึ่งได้แก่ การใช้แสง Cool Light LED ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างน้ำยาฟอกสีฟัน และการใช้แสงเย็นในการกระตุ้นปฏิกิริยา ทำให้น้ำยาฟอกสีฟันสามารถแทรกซึมเข้าไปได้เร็วขึ้น กระบวนการทั้งสิ้นใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง สามารถปรับสีฟันให้ขาวขึ้นอย่างน้อย 2-3 ระดับตั้งแต่การฟอกสีฟันครั้งแรก ขึ้นอยู่กับสภาพเนื้อฟันของคนไข้ ทั้งนี้ ในคนไข้บางคนอาจพบผลข้างเคียงจากการรักษา เช่น เสียวฟัน อาการระคายเคืองในช่องปาก เหงือกพอง อันเป็นผลข้างเคียงจากแสงเย็นที่มีพลังงานสูง ซึ่งมีโอกาสพบได้ไม่บ่อยนัก

อย่างไรก็ตาม การฟอกสีฟันไม่ใช่วิธีการทำให้ฟันขาวโดยถาวร ปกติจะสามารถอยู่ได้ 6 เดือน - 1 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากของคนไข้ สำหรับคนไข้ที่บริโภค ชา กาแฟ ช็อคโกแลต น้ำอัดลม หรืออาหารที่มีสีอื่นๆ รวมทั้งการสูบบุหรี่ อาจทำให้ฟันกลับมาเหลืองได้เร็วขึ้น ฉะนั้น เพื่อให้ผลลัพธ์การรักษา
อยู่ได้นานที่สุด ทันตแพทย์จะแนะนำให้แปรงฟันและบ้วนปากอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งลดการบริโภคเครื่องดื่ม และอาหารที่มีสีเข้มดังกล่าว
ข้อปฏิบัติหลังฟอกสีฟันระบบ Cool Light
-
งดอาหารและเครื่องดื่มที่มีสีเข้ม เช่น กาแฟ ชา ไวน์แดง อย่างน้อย 48 ชั่วโมง
-
งดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 48 ชั่วโมง
-
หากมีอาการเสียวฟัน เป็นเรื่องปกติ สามารถใช้ยาสีฟันสำหรับลดอาการเสียวฟันได้
-
หลีกเลี่ยงอาหารร้อนหรือเย็นจัดในช่วง 24 ชั่วโมงแรก

-
ดื่มน้ำเปล่าให้มาก เพื่อช่วยลดการสะสมของคราบสี
-
แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอ
-
หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกรดสูง เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้รสเปรี้ยว
-
ควรรับประทานอาหารสีอ่อน เช่น ข้าว นม ขนมปัง ในช่วง 1-2 วันแรก
-
หากมีอาการผิดปกติ เช่น เสียวฟันมาก หรือระคายเคืองเหงือก ควรพบทันตแพทย์
-
ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากตามนัดหมาย